การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ มีประโยชน์จริงหรือ
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
คนมีผู้อ่านหลายๆท่านที่ได้รับการตรวจสุขภาพ หรือ ไม่สบายไปหาหมอด้วยอาการต่างๆ แล้วคุณหมอสั่งตรวจ EKG ท่านเคย สงสัยไหมครับว่า ท่านได้ประโยชน์อะไรจากการตรวจ EKG นี้ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ กราฟหัวใจ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Electrocardiogram ใช้คำย่อว่า ECG หรือ EKG ก็คือการตรวจจับกระแสไฟฟ้าที่ออกมาจากหัวใจ หัวใจคนเราเป็นอวัยวะ มหัศจรรย์จริงๆ ประกอบไปด้วยส่วนของกล้ามเนื้อหัวใจที่แข็งแรง ทำงานตลอดชีวิตไม่มีวัน เวลา หยุดพัก อวัยวะอื่นๆยังพักได้ แต่หัวใจไม่เคยพัก การที่กล้ามเนื้อหัวใจจะทำงานบีบตัวได้นั้น จะต้องอาศัยไฟฟ้ากระตุ้น ไฟฟ้านี้ก็มาจากหัวใจเอง โดยจะปล่อย ไฟฟ้าออกมาเป็นจังหวะ จากหัวใจห้องบนขวา ลงมายังหัวใจห้องล่าง ขณะที่ไฟฟ้าผ่านกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจจะเกิดการ หดตัว (และตามมาด้วยการคลายตัว) หัวใจจึงบีบตัวไล่เลือดจากห้องบน มายังห้องล่าง อย่างสัมพันธ์กัน เมื่อเรานำเอาตัวจับสัญญาณ ไฟฟ้า (electrode) มาวางไว้ที่หน้าอก ใกล้หัวใจ เราก็สามารถบันทึกไฟฟ้าที่ออกจากหัวใจนี้ได้
คลื่นไฟฟ้าหัวใจบอกอะไรเราบ้าง
จำไว้ว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่ใช่เครื่องเช็คหัวใจ ไม่ใช่ว่าตรวจออกมาเป็นกราฟแล้วจะบอกความผิดปกติ ทุกอย่าง เปล่าเลย ความเป็นจริงแล้วคลื่นไฟฟ้าหัวใจบอกให้เราทราบข้อมมูลเกี่ยวกับหัวใจค่อนข้างจำกัด เช่น จังหวะการเต้น ความสม่ำเสมอ การนำไฟฟ้าในหัวใจ ชนิดของการเต้นผิดจังหวะ (ตรวจขณะมีอาการ) หัวใจโตหรือไม่ กล้ามเนื้อหัวใจตาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (ในบางรายเท่านั้น เพราะต้องตรวจขณะมีอาการ) ความผิดของระดับเกลือแร่บางชนิดในร่างกาย เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มาก็ต้องนำมาแปลผลอีกครั้ง โดยอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย ความชำนาญของแพทย์ จึงจะสรุปอีกครั้งว่าคลื่นไฟฟ้า หัวใจผิดปกติหรือไม่ บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยได้รับการบอกจากแพทย์ว่าเป็นโรคหัวใจโต หลอดเลือดตีบ 3 เส้น ทั้งๆที่ผู้ป่วยไม่ได้เป็นเลย เนื่องจากแพทย์ขาดความรู้ความชำนาญในการนำข้อมูลที่ได้จาก EKG มาแปลผลอย่างถูกต้อง
จุดอ่อนของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
คลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ ไม่ได้หมายความว่าหัวใจปกติ ปราศจากโรค ในโรคหัวใจขาดเลือด หรือ หลอดเลือดหัวใจตีบนั้น คลื่นไฟฟ้าหัวใจจะผิดปกติก็ต่อเมื่อเป็นโรคขั้นรุนแรงจนเกิดกล้ามเนื้อหัวใจ ตายแล้ว
ถ้าเป็นเพียงหลอดเลือดตีบแต่ไม่รุนแรง ก็อาจตรวจไม่พบได้ นอกจากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะ ออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความไวในการตรวจขึ้น
หัวใจโต ? การอ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจว่ามีหัวใจโตก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังมาก เพราะการแปลผลอาศัย ความสูงของคลื่นไฟฟ้า (voltage) เป็นสำคัญ ความสูงของคลื่นนี้ก็แปรผันมากเหลือเกิน ทั้งความอ้วน ผอม โรคปอด อายุ ฯลฯ ดังนั้นบ่อยครั้งที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจบอกว่าโต แต่ความจริงแล้วไม่โตก็ได้ ในทาง กลับกันการตรวจขนาดของหัวใจโดยอาศัยคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้น มีความไวที่ต่ำมาก หมายความว่า หัวใจอาจจะโต โดยที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ !!!
คลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่ได้บอกความผิดปกติของลิ้นหัวใจ หรือ หลอดเลือดหัวใจโดยตรง แต่เป็นการตรวจผลเสียที่เกิดขึ้นเนื่องจากโรคของลิ้นหัวใจหรือหลอดเลือดหัวใจต่างหาก
ในหลายกรณีการตรวจจะได้ประโยชน์เฉพาะเมื่อตรวจขณะเกิดอาการ เช่น ใจสั่น หัวใจเต้นผิดปกติ เจ็บหน้าอก เป็นต้น
ถ้าเช่นนั้นใครบ้างควรตรวจ EKG ?
ในกรณีที่อายุน้อย สบายดี ไม่มีอาการผิดปกติ ตรวจร่างกายปกติ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจก็ไม่มี ประโยชน์เลย
ในกรณีที่อายุมาก เช่นมากกว่า 40 ปี แข็งแรงดี ไม่มีอาการผิดปกติ ตรวจร่างกายปกติ การตรวจคลื่น ไฟฟ้าหัวใจในกรณีเช่นนี้ได้ประโยชน์น้อยมาก ท่านอาจตรวจเพียงครั้งเดียวเพื่อเก็บไว้เป็น record สำหรับเปรียบเทียบกับการตรวจในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากเกิดโรคหัวใจ เน้นอีกครั้ง คลื่นไฟฟ้า หัวใจปกติวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีโรคหัวใจซ่อนอยู่ และ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่เป็น โรคหัวใจในอนาคต
ในกรณีทิ่อายุมาก เช่นมากกว่า 40 ปี และมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด เช่น ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ เบาหวาน คุณควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ อย่างน้อย 1 ครั้ง แม้ว่าจะไม่มีอาการของ โรคหัวใจก็ตาม เนื่องจากอยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงสูง คุณอาจเคยมีกล้ามเนื้อหัวใจตาย โดยที่ไม่มี อาการก็ได้ และเป็นการตรวจเพื่อเป็น record ไว้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือ ตรวจร่างกายผิดปกติ เช่น ความดันโลหิตสูง ลิ้นหัวใจรั่ว กรณีดังกล่าวท่านควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แต่ในหลายๆครั้ง ก็จำเป็น ต้องตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลัง ติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้า หัวใจ 24-48 ชั่วโมง เป็นต้น กลุ่มนี้อาจต้องได้รับการตรวจหลายครั้ง จนบางครั้งผู้ป่วยบ่นว่าตรวจแล้วตรวจอีก
จะเห็นว่า จริงๆแล้วการตรวจและการแปลผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้นมีข้อจำกัดมาก ผู้ป่วยจำนวนส่วนหนึ่งอาจไม่ได้ประโยชน์ จากการตรวจนี้ ในขณะที่ค่าตรวจตั้งแต่ 100-350 บาท นับว่าแพงทีเดียว คราวหน้าไปหาหมอ ถ้าหมอส่งตรวจคลื่น ไฟฟ้าหัวใจ ลองถามคุณหมอดูนะครับว่า ในกรณีของคุณจำเป็นมากน้อยแค่ไหน
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
เรียบเรียงโดย
นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา
อายุรแพทย์โรคหัวใจ
อยากรู้เรื่องอะไร ขอให้บอก WebMaster
แนะนำเว็บ
รู้จักหัวใจ
อาการ
การตรวจ การรักษา
ยาหัวใจ
บทความ
Links
ศูนย์หัวใจ
Thai.to Banner Exchange