คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด

Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)

Warfarin (ชื่อการค้า คือ Orfarin) เป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ออกฤทธิ์โดยทำให้ กลไกการแข็งตัวของเลือดบกพร่อง เลือดจึงแข็งตัวช้ากว่าปกติ ยาตัวนี้ใช้เพื่อลดการเกิดลิ่มเลือดในผู้ป่วยที่ได้รับ การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม ผู้ป่วยลิ้นหัวใจตีบ(บางราย) ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ(บางราย) ผู้ป่วยที่มีภาวะลิ่มเลือด อุดตันในหลอดเลือดที่ขาหรือปอด และ เพื่อป้องกัน อัมพาตในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation) แม้ว่ายากลุ่มนี้อาจทำให้เกิดผลเสียได้ จากเลือดออกผิดปกติตามอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง กระเพาะอาหาร กล้ามเนื้อ เป็นต้น แต่ยังจัดเป็นยาที่มีประโยชน์ และ ไม่มียาอื่นใดมาทดแทน ดังนั้นจึงต้องเข้าใจและใช้ยานี้อย่างระมัดระวัง

การติดตามผลของ Warfarin

การติดตามผลของยาที่มีต่อการแข็งตัวของเลือดมีความสำคัญมาก หากยาน้อยไปก็ไม่ได้ประโยชน์ในการป้องกัน ลิ่มเลือด ในทางตรงข้าม หากยามากไปก็จะทำให้เกิดเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ การหาขนาดยาที่เหมาะสมทำได้ โดยการเจาะเลือดตรวจหาระดับการแข็งตัวของเลือด (PT,INR) ขนาดของยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละรายจะ แตกต่างกันออกไป แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อดูภาวะเลือดออกผิดปกติอยู่เสมอ นอกจากนั้นยังขึ้น กับความสม่ำเสมอในการรับประทานยา รวมทั้งการรับประทานยาอื่นๆและอาหารด้วย

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยานี้

ห้ามรับประทานยาเกินขนาดที่แพทย์สั่ง และ ห้ามปรับยาเอง

ผู้ป่วยบางรายอาจมีเลือดออกตามไรฟันหลังแปรงฟันและหยุดได้เอง กรณีเช่นนั้นไม่เป็นอันตราย แต่หากมีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระ เป็นสีดำ-เหม็นคาว ปัสสาวะเป็นเลือด จ้ำเลือดบริเวณผิวหนังจำนวนมาก หรือ ปวดศีรษะรุนแรง ซึมลง ปวดท้องรุนแรง อาจเกิดจากเลือดออกผิดปกติ ต้องหยุดยาและรีบมาพบแพทย์

ควรรับประทานยาให้ตรงเวลา ทุกวัน หากลืมรับประทานยาในมื้อนั้น ให้รับประทานทันทีในขนาดเท่าเดิม ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า และแจ้งให้แพทย์ของท่านทราบทุกครั้ง เมื่อท่านไปพบตามนัด

ห้ามรับประทานยาอื่นๆโดยที่แพทย์ไม่ได้สั่ง รวมทั้งอาหารเสริม หรือ ยาต้ม ยาหม้อ ยาจีน สมุนไพร เพราะอาจมีผลเพิ่มฤทธิ์ของยา Warfarin จนเป็นอันตรายได้

ห้ามตั้งครรภ์เด็ดขาดระหว่างรับประทานยานี้ หากตั้งครรภ์จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อยุติการตั้งครรภ์

ท่านจะได้รับการตรวจเลือดเป็นระยะๆ ตามแพทย์สั่ง ทั้งนี้เพื่อป้องกันอันตรายจากยา เป็นผลดีแก่ตัว ท่านเอง

ห้ามฉีดยาเข้ากล้าม หรือทำผ่าตัดใดๆ รวมทั้งทำฟัน ขูดหินปูน ก่อนปรึกษาแพทย์ และ เมื่อท่านไปพบแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์ประจำตัวท่าน ท่านต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งว่าท่าน รับประทานยานี้อยู่

หลีกเลี่ยงกีฬาหรือกระทำกิจกรรมที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุเลือดออกง่าย

ห้ามดื่มแอลกอฮอล์

ยา Orfarin ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย มี 2 ขนาด สีเม็ดยาต่างกัน สีฟ้า มียาจำนวน 3 มิลลิกรัม และ สีชมพู มียาจำนวน 5 มิลลิกรัม ดังนั้นหากท่านได้รับยาที่มีรูปแบบผิดไปจากเดิม โดยที่แพทย์ไม่ได้แจ้งให้ทราบ โปรดปรึกษาแพทย์อีกครั้ง

home_sm_blk.gif (1765 bytes)
ถามคำถามโรคหัวใจ  questionmark.gif (3358 bytes)

Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)

เรียบเรียงโดย นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์โรคหัวใจ อยากรู้เรื่องอะไร ขอให้บอก WebMaster
แนะนำเว็บ    รู้จักหัวใจ   อาการ   การตรวจ   การรักษา    ยาหัวใจ    บทความ    Links    ศูนย์หัวใจ

Thai.to Banner Exchange
Thai.to Banner Exchange