โ ร ค หั ว ใ จ และ ห ล อ ด เ ลื อ ด กับ สุ ข ภ า พ ท า ง เ พ ศ

Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)

ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวผิดปกติเป็นผลมาจากการสะสมของไขมัน และ แคลเซียมในผนังของหลอดเลือดแดง ภาวะนี้เป็น ความเสื่อม ของหลอดเลือด ที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย ทำให้หลอดเลือดแดงเสียความยืดหยุ่น เกิดการตีบ ตัน ผลที่ตามมา คือ อาจเป็น อันตรายถึงชีวิต เช่น หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ ตัน เกิด อาการเจ็บหน้าอก กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือ หลอดเลือดเลี้ยงสมองตีบ ทำให้ เกิดอัมพาต เป็นต้น ผู้ชายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดตีบ ตัน อาจไม่ทราบว่าเขาเหล่านั้น เสี่ยงต่อการเกิดปัญหา Erectile Dysfunction หรือ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ด้วยเนื่องจากภาวะนี้เกิดจากโรคของหลอดเลือด เช่นกัน

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction หมายถึง การที่อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว หรือ แข็งตัวไม่นานพอ ที่จะมีเพศสัมพันธ์ ได้อย่างสมบูรณ์   เดิมอาจเรียกว่า “ไร้สมรรถภาพทางเพศ” แต่ความเป็นจริง แล้วคำว่า “หย่อนสมรรถภาพทางเพศ” ดูจะถูกต้องกับความเป็นจริงมากกว่า ต้องยอมรับว่าการที่อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว ตามปกตินี้ มีผลอย่างมากต่อความเชื่อมั่นในตนเองและความเป็นชาย อาจทำให้เขาไม่มีอารมณ์ร่วมกับครอบครัว เพื่อน ภรรยา หรือคู่ครอง ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน คุณภาพชีวิตก็เลวลงด้วย เดิมเชื่อว่าปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ นี้เป็น เรื่องของจิตใจ แต่ปัจจุบันเราทราบแล้วว่าส่วนใหญ่เกิดจากโรคทางร่างกาย

ประมาณร้อยละ 10-20 ของผู้ชายที่เป็นโรคหลอดเลือดแดง จะเกิดความผิดปกติในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เมื่ออายุมากขึ้น ก็ยิ่งพบปัญหานี้ในอัตราที่สูงขึ้น ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ชายที่อายุมากกว่า 40 ปีจะมีปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ สองใน สามมีปัญหานี้ในขั้นปานกลางหรือรุนแรง นั่นหมายความว่าผู้ชายประมาณ 100 ล้านคนทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่

ลืมคำว่า “ไร้สมรรถภาพทางเพศ” กันดีกว่า

การที่อวัยวะเพศไม่เกิดการแข็งตัวตามปกตินั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอายหรือเป็นปมด้อย ในวันนี้เราไม่ใช้คำว่าไร้สมรรถภาพทางเพศ กันอีกต่อไป เนื่องจาก ความผิดปกตินี้อยู่ที่ความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นหมัน ไม่ สามารถถึงจุดสุดยอด หรือ ไม่หลั่งอสุจิ แต่ประการใด นอกจากนั้นแล้วภาวะนี้ส่วนใหญ่รักษาได้

การแข็งตัวของอวัยวะเพศเกิดขึ้นได้อย่างไร

การแข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นขบวนการซับซ้อน มีหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตั้งแต่ระบบประสาทส่วนกลาง ระบบหลอดเลือด และการไหลเวียนของเลือด เนื่องจากธรรมชาติออกแบบอวัยวะเพศชายให้ประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อคล้ายฟองน้ำ มีหลอดเลือด เล็กๆอยู่มากมาย ปกติแล้วหลอดเลือดเหล่านี้จะหดตัว ป้องกัน ไม่ให้เลือดไหลเข้าอวัยวะเพศมากเกินไป อวัยวะเพศจึงอ่อนตัว แต่เมื่อเกิดการกระตุ้นทางเพศขึ้น หลอดเลือดเหล่านี้จะขยายตัว เลือดไหลเข้ามายังอวัยวะ เพศมาก อวัยวะเพศจึงเพิ่มขนาดขึ้น และเมื่อเลือดไหลเข้ามามากจะไปเบียดหลอดเลือดดำให้เล็กลง ทำให้เลือดไหลกลับไม่สะดวก เกิดเลือดคั่งในอวัยวะเพศ อวัยวะเพศจึงขยายใหญ่และเกิดการแข็งตัว

ทำไมอวัยวะเพศไม่แข็งตัวตามปกติ

ในผู้ชายที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดจากการที่ร่างกายขาดสารเคมีบางชนิดที่มีความสำคัญ ทำให้หลอดเลือดไม่ขยายตัว ได้พอเพียง เลือดไม่ไหล เข้ามายังอวัยวะเพศได้มากพอที่จะเกิดการแข็งตัว ส่วนใหญ่ของปัญหานี้เกิดจากความผิดปกติ ทางร่างกาย เช่น

1 โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่นผนังหลอดเลือดแดงหนาและแข็ง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น โรคเหล่านี้ล้วน แต่ทำให้เลือดไหลเข้าสู่อวัยวะเพศลดลง

2 โรคทางระบบประสาท เช่น ไขสันหลังได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุ ภายหลังการผ่าตัดต่อมลูกหมาก หรือ ผ่าตัดลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

3 ภาวะทางจิตใจ เช่น เครียด กังวล ซึมเศร้า

4 โรคอื่นๆ เช่น โรคตับ ขาดฮอร์โมน โรคไต

5 ยาหลายชนิดมีผลข้างเคียงทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันโลหิต ยาหัวใจ ยาลดไขมันในเลือด ยาเบาหวาน ยารักษามะเร็ง ยาต้านการอักเสบ เป็นต้น

6 การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์จัด รวมทั้งใช้สารเสพติด

โรคหัวใจและหลอดเลือดกับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

โรคหัวใจและหลอดเลือดมีผลโดยตรงต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เนื่องจากหลอดเลือดที่เลี้ยงอวัยวะเพศผิดปกติด้วย ประมาณ ว่าร้อยละ 80 ของผู้ชาย ที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ ร้อยละ 64 ของผู้ชายที่เคยมี กล้ามเนื้อหัวใจตาย และร้อยละ 57 ของผู้ชายที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจ(บายพาส) ล้วนแต่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ

ยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด

จากการศึกษาพบว่าร้อยละ 25 ของผู้ชายที่มีปัญหานี้สัมพันธ์กับยาที่รับประทานอยู่ อุบัติการณ์ของปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยสิ้นเชิง พบประมาณร้อยละ 14 ของผู้ชายที่รับประทานยาลดความดันโลหิต(พบมากถึงร้อยละ 28 ในกลุ่มยาขับปัสสาวะ และ กลุ่มยาต้านเบต้า) ร้อยละ 36 ของผู้ชายที่ได้รับยาขยายหลอดเลือด แม้ว่าจะเกิดปัญหานี้ขึ้น แต่ยังโชคดีเพราะแพทย์สามารถ เปลี่ยนไปใช้ยากลุ่มอื่นที่มีประสิทธิภาพดีพอๆกันได้

แนวทางการรักษา

ปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นเรื่องที่รักษาได้ แม้จะไม่หายขาด การรักษาจะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เรียกความ มั่นใจกลับคืนมา การรักษามีหลายแนวทาง ตั้งแต่ยารับประทาน ยาสอด ไปจนถึงการผ่าตัด แพทย์จะให้คำแนะนำต่างๆ รวมทั้งการตรวจพิเศษที่จำเป็น จากนั้นผู้ป่วยและคู่ของเขาจะตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด

หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่มีปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โปรดรับการตรวจจากแพทย์ บางครั้งโรคร้ายแรงต่างๆ อาจมีอาการของการ หย่อนสมรรถภาพทางเพศนำมาก่อน โดยที่คุณไม่ทราบ เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ดังนั้นควรปรึกษาและรับการตรวจจากแพทย์ การซื้อยารับประทานเองไม่เป็นผลดีต่อคุณเลย

บทความนี้ดัดแปลงจากแผ่นพับเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือด สัมพันธ์กับสุขภาพทางเพศอย่างไร ของบริษัท ไฟเซอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
บทความอ่านเพิ่มเติม 
"ชายไทย...เซ็กส์เสื่อม"

home_sm_blk.gif (1765 bytes)
ถามคำถามโรคหัวใจ  questionmark.gif (3358 bytes)

Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)

เรียบเรียงโดย นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์โรคหัวใจ อยากรู้เรื่องอะไร ขอให้บอก WebMaster
แนะนำเว็บ    รู้จักหัวใจ   อาการ   การตรวจ   การรักษา    ยาหัวใจ    บทความ    Links    ศูนย์หัวใจ


Thai.to Banner Exchange