ดื่มชาป้องกันโรคหัวใจ
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องสุขภาพ คงทราบว่ามีอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิด ที่มีข่าวว่าสามารถป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดได้ การดื่มชาก็เช่นกัน ชาวจีน นิยมดื่มชาเพื่อล้างไขมันมานานแล้ว เช่นเดียวกันกับชาวอังกฤษและญี่ปุ่นที่นิยมดื่มชา ชาในที่นี้ หมายถึงชาที่ได้จากใบชาต่างๆ รวมทั้งชาเขียว แต่ไม่ รวมชาสมุนไพรนะครับ เร็วๆนี้มีผลการวิจัยเกี่ยวกับการดื่มชาว่ามี ผลป้องกันโรคหัวใจ ลองมาดูกันนะครับว่าจริงไหม
ทำไมจึงมีผู้สนใจเรื่อง "ชา"
เริ่มต้นมาจากการที่พบว่า "ชา" มีสารที่เรียกว่า ฟลาโวนอยส์ (flavonoids) สูง สารนี้มีคุณสมบัติที่สำคัญ คือ ต่อต้าน อนุมูลอิสระ (anti- oxidant) การที่ไขมัน โคเลสเตอรอลจะผ่านเข้าไปสะสมในผนังของหลอดเลือดหัวใจได้นั้น จะต้อง ผ่านขบวนการที่เรียกว่า oxidation ก่อน คราวนี้หากร่างกายมีสาร anti-oxidants มากๆ ก็จะต่อต้านขบวนการนี้ ทำให้ไขมัน โคเลสเตอรอลสะสมในผนังหลอดเลือดแดงยากขึ้น ผลที่ตามมา จึงป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดได้นั่นเอง สาร flavonoids นี้ยังพบมากในผัก ผลไม้ รวมทั้งน้ำองุ่นและไวน์แดงด้วย สำหรับสาร anti-oxidants นอกจาก flavonoids แล้ว ยังมีมากมาย หลายชนิด เช่น vitamin E vitamin C เบต้าแคโรทีน สารจากต้นแป๊ะก๊วย (gingko) เป็นต้น ในเมื่อไวน์แดง มีสาร flavonoids มาก ครั้งหนึ่งยังเคยเชื่อว่าป้องกันโรคหัวใจ (ปัจจุบันชักไม่เชื่อกันแล้ว) แล้วทำไม "ชา" จะไม่ป้องกันโรคหัวใจ
การศึกษาล่าสุด
คุณหมอ Michael Gaziano เป็นอายุรแพทย์โรคหัวใจจากรพ. Brigham & Women's hospital เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาโดยรวบรวม ข้อมูลย้อนหลัง ศึกษาผู้ป่วยชายและหญิง 340 รายที่เป็นโรคหัวใจ แล้วมาดูประวัติการดื่มชา เปรียบ เทียบกับผู้ที่ไม่มีโรคหัวใจ ในวัยใกล้กัน พบว่า การดื่มชาวันละ 1 ถ้วยสามารถลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจลงได้มากถึงร้อยละ 44
เชื่อหรือไม่
ผมตอบโดยเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ
ว่า "มั่วนิ่ม"
ทำไมหรือครับ
1
การศึกษานี้เป็นการศึกษาโดยรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง
(case-control study)
การศึกษาชนิดนี้มีข้อเสียมาก
เพราะมีตัวแปร จำนวนมากมาเกี่ยวข้อง
หากทำไม่ดีจริงๆแล้ว
ผลที่ได้จะไม่ถูกต้องเลย
2
จำนวนประชากรที่ใช้ในการศึกษานี้น้อยมาก
น้อยเกินไปสำหรับการศึกษาชนิดนี้
เพียง 340 ราย
แต่ให้ผลดีมากขนาดลดการเกิด
โรคหัวใจลงมากขนาดนั้น
แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้แต่
anti-oxidants อื่นๆ เช่น vitamin E vitamin C หรือ
เบต้าแคโรทีน
ยังไม่ดีเท่านี้เลย
3 คิดง่ายๆ คนอังกฤษดื่มชากันทุกวัน ดื่มมาตั้งแต่ยังอายุน้อย แต่ทำไมโรคหัวใจขาดเลือดยังพบมากพอๆกับคนอเมริกันที่นิยม กาแฟมากกว่าชา
จริงๆแล้วผมเพียงอยากจะบอกว่า ในยุคข้อมูลข่าวสารนี้ ข่าวสุขภาพก็เป็นอันหนึ่งที่ต้องฟัง วิเคราะห์ ด้วยเหตุผล ถามผู้รู้จริง ก่อนที่จะปักใจเชื่อ ที่โฆษณากันมากมายตามวิทยุ ถึงผลดีของ anti-oxidants มีสักกี่ชนิดที่มีข้อมูลที่ศึกษากันอย่างดี ปราศจากอคติ ผมยังไม่เห็นมีเลย
ข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.cnn.com/FOOD/news/9907/09/heart.attack.tea.ap/index.html
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
เรียบเรียงโดย
นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา
อายุรแพทย์โรคหัวใจ
อยากรู้เรื่องอะไร ขอให้บอก WebMaster
แนะนำเว็บ
รู้จักหัวใจ
อาการ
การตรวจ การรักษา
ยาหัวใจ
บทความ
Links
ศูนย์หัวใจ
Thai.to Banner Exchange