ปั จ จั ย เ สี่ ย ง โ ร ค หั ว ใ จ ข า ด เ ลื อ ด ใ น ค น ไ ท ย

 

สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 16-18 กพ. 2543 มีเรื่องที่น่าสนใจสำหรับประชาชน ดังนี้

ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดในคนไทย

ดังที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคหัวใจขาดเลือดกันมากขึ้น แม้ว่าการรักษาโรคนี้มีความ ก้าวหน้าไปมาก แต่การป้องกันก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคนี้คือ เพศชาย อายุ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ เป็นต้น  เรามาดูกันว่าคนไทย มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้แค่ไหน

คณะผู้วิจัย EGAT Study Group (มีผู้ร่วมวิจัยหลายท่าน) ได้ทำการศึกษาประชากรคนไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลาง ฐานะดีพอควร คือ พนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จำนวนประมาณ 3500 คน ทั้งผู้ชาย และ ผู้หญิง อายุระหว่าง 35-54 ปี โดยเก็บข้อมูล 2 ครั้ง ในปีพศ. 2528 และพศ.2541 มีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้

ในปี พศ. 2528 พบความมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ร้อยละ 19.76 จำนวนนี้ทราบว่าตัวเองเป็นโรค ความดันโลหิตสูง ร้อยละ 28.9  และ ในปีพศ. 2541 พบว่ามีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 45.38 (ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเพราะประชากรกลุ่มนี้อายุมากขึ้น) จำนวนนี้ร้อยละ 64.59 ทราบว่าตัวเองเป็น แต่มีเพียงร้อยละ 37.54 เท่านั้นที่รับการรักษา ในผู้ที่รับการรักษามีแค่ ร้อยละ 5.5 เท่านั้นที่ควบคุมความดันโลหิตได้ดี

ข้อมูลตัวเลขตรงนี้หมายความว่า ในคนชั้นกลาง พบว่าเมื่ออายุมากขึ้น จะมีความดันโลหิตสูงเพิ่มมาก ขึ้นอย่างน่าตกใจ แม้จะรู้ตัวดีว่ามีความดันโลหิตสูง แต่ส่วนน้อยเท่านั้นที่รับการรักษา (รักษาอย่างดี ยิ่งน้อยลงไปอีก) ทั้งๆที่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล  นั่นบ่งถึงความไม่เข้าใจ ขาดความรู้ในคนไทย หากเราไม่ช่วยกันแก้ไขตรงนี้ ในอนาคตข้างหน้าเราจะพบปัญหาโรคแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง มากขึ้น ทั้งอัมพาต ไตวาย โรคหัวใจ

ไขมันในเลือดสูง ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญสำหรับโรคสมอง (อัมพาต) และโรคหัวใจขาดเลือด คณะผู้วิจัย EGAT Study Group เช่นเคย เก็บข้อมูลเกี่ยวกับไขมันในเลือดในพนักงานการไฟฟ้าฯ 2999 คน จำนวนนี้เป็นพนักงานในกทม. 2001 คน และต่างจังหวัด 998 คน พบตัวเลขที่น่าตกใจอีก เช่นกัน ดังนี้

มี "โรคอ้วน" (BMI>25)   ร้อยละ 32.1
ความดันโลหิตสูง  ร้อยละ 10.4
เบาหวาน  ร้อยละ 3.4
สูบบุหรี่ ร้อยละ  40.3
ไขมันคอเลสเตอรอลสูง (มากกว่า 240 มก./ดล.)  ร้อยละ 43.5

การศึกษานี้เตือนเราเช่นกันว่า หากเราไม่ให้ความรู้ในการป้องกันโรคหัวใจ โดยการลดปัจจัยเสี่ยง เหล่านี้  ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะเผชิญกับโรคนี้มากขึ้น มากขึ้น ดังเช่นประเทศในแถบ ตะวันตกที่เขาประสบกันมาแล้ว......

คุณไปตรวจสุขภาพแล้วหรือยัง ถ้ายัง กรุณางดน้ำ-อาหาร หลัง 4 ทุ่ม เพื่อไปตรวจกับสถานพยาบาลที่สะดวก

home_sm_blk.gif (1765 bytes)
ถามคำถามโรคหัวใจ  questionmark.gif (3358 bytes)

Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)

เรียบเรียงโดย นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์โรคหัวใจ อยากรู้เรื่องอะไร ขอให้บอก WebMaster
แนะนำเว็บ    รู้จักหัวใจ   อาการ   การตรวจ   การรักษา    ยาหัวใจ    บทความ    Links    ศูนย์หัวใจ


Thai.to Banner Exchange