T I P S บ า ง ป ร ะ ก า ร เ ว ล า ไ ป ห า ห ม อ หั ว ใ จ |
หลายท่านอาจสงสัยว่า จะไปหาหมอโรคหัวใจ เพื่อตรวจหัวใจนี่ ต้องมี TIPS (หมายถึง ข้อควรรู้ ไม่ใช่ "ทิป") ด้วยหรือ ความจริงแล้วอาจไม่ได้สำคัญเพียงนั้น แต่บทความต่อไป นี้อาจช่วยให้ท่านสะดวกขึ้น เวลาไปตรวจหัวใจ
ประการแรก กรณีที่ไม่ฉุกเฉิน ไม่รีบด่วน ท่านควรโทร.นัดล่วงหน้า (ในรพ.ที่ สามารถนัดได้) เนื่องจากบางครั้งหมออาจไม่สะดวกเวลานั้น เนื่องจากต้องทำ หัตถการบางอย่างอยู่ ซึ่งใช้เวลานาน อาจทำให้ท่านเสียเวลา รอนาน แต่หากเร่ง ด่วน ฉุกเฉินท่านสามารถไปรพ.ได้ตลอด 24 ชม.
การตรวจครั้งแรก หากท่านไม่เคยตรวจเลือดมาก่อน ท่านควรงดน้ำ อาหารทุก ชนิด อย่างน้อย 10 ชม.ก่อนพบแพทย์ เผื่อว่าจำเป็นต้องตรวจน้ำตาล หรือ ไขมัน ในเลือด จะได้ตรวจได้เลย
ท่านสุภาพสตรีควรใส่เสื้อผ้าที่ถอดง่าย เสื้อแยกกับกระโปรง ไม่ใช่ใส่ชุดยาว ปิดมิดชิด การฟังเสียงหัวใจผ่านผ้านั้นเป็นสิ่งที่หมอไม่อยากทำ ยิ่งผ้าหนาๆ หลายชั้นยิ่งแล้วใหญ่ เพราะจะไม่ได้ยินเสียงที่อาจผิดปกติได้ ชุดชั้นในก็เช่นกัน ควรถอดง่าย อย่าคิดว่าหมอลามกเลยนะครับ แต่การตรวจหัวใจที่สมบูรณ์ต้องคลำ บริเวณหัวใจด้วย เพื่อดูว่าหัวใจโตหรือไม่ แบบใด บางรายใส่สเตย์ หรือ ยกทรง แบบมิดชิด ทำให้ไม่สามารถตรวจได้อย่างดี ผู้เสียประโยชน์ก็คือผู้รับการตรวจ นั่นเอง
เตรียมเล่าอาการอย่างดี ประวัติมีความสำคัญอย่างมากในการวินิจฉัยโรคทาง อายุรกรรมต่างๆ รวมทั้งโรคหัวใจด้วย แค่บอกว่า "แน่นหน้าอก" มา แค่นี้ไม่พอ หมอที่ดีจะต้องซักอย่างละเอียดว่าอาการแน่นนั้นเป็นอย่างไร สัมพันธ์กับอะไรบ้าง เกิดขึ้นเวลาไหน กำลังทำอะไรอยู่ เป็นต้น อย่าหาว่าหมอจู้จี้ หรือ ถามมาก ทำไม หมอไม่ตรวจจะได้รู้ ความจริงแล้วโรคหัวใจส่วนมาก (ที่ไม่ใช่โรคลิ้นหัวใจ) มักจะ ตรวจร่างกายปกติครับ ดังนั้นประวัติจึงมีความสำคัญอย่างมาก ใจเย็นๆค่อยๆ เล่าประวัติ ลำดับความเป็นมา จะช่วยหมอได้มากครับ บ่อยครั้งมากที่ประวัติ บอกว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" อาการจากโรคหัวใจ
ท่านที่เคยตรวจที่อื่นๆมาก่อน หรือ รับประทานยาจากทีอื่นมาก่อน ท่านควร ขอสำเนา หรือ สรุปผลการตรวจจากรพ.อื่นมาด้วย (เป็นสิทธิของผู้ป่วย รพ.ไม่ สามารถปฏิเสธการขอประวัตินี้) จะช่วยให้ไม่ต้องทำการตรวจใหม่ แต่บาง รายการก็ต้องตรวจใหม่ ส่วนของเก่าก็จะมีประโยชน์ในการเปรียบเทียบ
นำยาที่รับประทานอยู่มาด้วยเสมอ จะช่วยหมออย่างมาก ผู้ป่วยหลายท่านบอก หมอว่า "ให้หมอจัดยาใหม่เลย" ความจริงแล้วไม่ง่ายเช่นนั้น โดยเฉพาะโรค เรื้อรังต่างๆ จัดยาใหม่ ก็ต้องเริ่มปรับยากันใหม่ เสียเวลามากทั้งหมอ และผู้ป่วย เอง ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นด้วย
เมื่อขึ้นเตียงตรวจ สำหรับผู้ชายคงไม่มีปัญหามาก แต่สำหรับผู้หญิงแล้วคงต้อง ทำใจว่าต้องโป๊บ้าง หมอต้องสัมผัสตัวบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของท่านเอง อยากให้ท่านนอนนิ่งๆ ไม่จำเป็นต้องช่วยหมอครับ ผมเห็นผู้ป่วยหลายราย ใจดี พยายามช่วยหมอ แต่แล้วมือของผู้ป่วยทำให้ หมอตรวจได้ไม่สะดวกมากขึ้นครับ
หลังจากนั้นหมอมักให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น เจาะเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือการตรวจพิเศษต่างๆ ที่อาจใช้เวลานาน และ ค่าใช้จ่ายสูง หากท่านมีคำถาม ให้สอบถามหมอทันที อย่าได้เกรงใจ การตรวจบางอย่างอาจไม่จำเป็นต้องทำ วันนั้นก็ได้
ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิเศษทางหัวใจนั้นสูงมาก มากกว่าการตรวจเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตัวอย่างเช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ราคาตั้งแต่ 100-350 บาท ทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (เดินสายพาน) ราคา 2,500-3,600 บาท อัลตราซาวด์หัวใจ (echo) ราคา 3,000-4,000 บาท
เมื่อตรวจต่างๆเรียบร้อยแล้ว หมอจะสรุปให้ฟังว่าโอกาสที่คุณจะเป็นโรคหัวใจ มีมากน้อยเพียงใด แต่บางครั้งก็ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจน หมออาจแนะนำ ให้ตรวจเพิ่มเติม หรือ ลองรับการรักษาดูก่อน เป็นต้น ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสดีที่ ท่านควรซักถามข้อสงสัยต่างๆ เช่น ผลการตรวจ การปฏิบัติตัว อาหารที่ควรเลี่ยง เป็นพิเศษ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินควรทำอย่างไร หมายเลขโทร.ของรพ. รวมทั้งชื่อคุณหมอด้วย เป็นต้น หมอจะนัดมาติดตามผลการรักษาเป็นระยะๆ การรักษาโรคหัวใจ รวมทั้งโรคทางอายุรกรรมต่างๆ เป็นการรักษาระยะยาว (ส่วนใหญ่ตลอดชีวิต) การมาพบหมอตามนัดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก บ่อยครั้งที่ ผู้ป่วยขาดการรักษา ย้ายรพ. เปลี่ยนหมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลเสียแก่ผู้ป่วยทั้งสิ้น
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
เรียบเรียงโดย
นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์โรคหัวใจ
อยากรู้เรื่องอะไร ขอให้บอก WebMaster
แนะนำเว็บ
รู้จักหัวใจ
อาการ
การตรวจ การรักษา
ยาหัวใจ
บทความ
Links
ศูนย์หัวใจ