ไ ว อ ะ ก ร้ า กั บ โ ร ค หั ว ใ จ |
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
แทบจะไม่ต้องแนะนำเกี่ยวกับยา ไวอะกร้า เพราะไม่มียาใดที่จะ Hot เท่ากับยานี้อีกแล้ว หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในสหรัฐอเมริกา พบว่ามียอด จำหน่ายยานี้อย่างถล่มทลาย ทั้งๆที่มีการจำกัดการจ่ายยาและไม่จ่ายยาเท่าที่ผู้ป่วยต้องการก็ตาม หุ้นของบริษัทไฟเซอร์ผู้ผลิตยานี้ก็พุ่งขึ้นเอา ขึ้นเอา จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีรายงานว่าพบผู้ป่วยที่ใช้ยานี้เสียชีวิตมากขึ้น (30 ราย จากผู้ใช้ยาประมาณ 3 ล้านคน) เรื่องนี้น่าสนใจ เรามาคุยกันเกี่ยวกับยานี้ดีกว่านะครับ
เดิมทีเรื่อง นกเขาไม่ขัน ถูกเหมาเอาว่า เกิดจากจิตใจบ้าง เกิดจากอายุบ้าง แก่แล้วจะเอาอะไรกันหนักหนา ต้องทำใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุที่ นกเขาไม่ขัน นี้ส่วนใหญ่มาจาก โรค ซึ่งก็คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือด ที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศ เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เรามาดูกันว่า อวัยวะเพศชายเกิดการแข็งตัวได้อย่างไร เจ้า นกเขา ประกอบไปด้วย เนื้อเยื่อคล้ายฟองน้ำ ซึ่งภายในมีหลอดเลือดเล็กๆอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเจ้าของถูก กระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ระบบประสาท จากไขสันหลังจะส่งสัญญาณมายังปลายประสาทบริเวณอวัยวะเพศ ต่อมาจะเกิดการกระตุ้นให้หลั่งสาร ที่มีชื่อว่า ไนตริกออกไซด์ ขึ้น จากนั้นเกิดสารชื่อ ไซคลิก จี เอ็ม พี ตามมา สารนี้มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดแดงภายในอวัยวะเพศเกิดการขยายตัว และ แน่นอน ทำให้มีเลือดไหลเข้าสู่อวัยวะเพศมากขึ้น มากขึ้น นกเขา จึงใหญ่และอุ่นขึ้น เมื่อมีเลือดไหลเข้ามามาก จะเกิดแรงดันขึ้น เบียดหลอดเลือด ดำบริเวณนั้น หลอดเลือดดำทำหน้าที่ให้เลือดไหลกลับ ดังนั้นเลือดไหลเข้ามากขึ้น แต่ไหลกลับลำบากขึ้น เจ้า นกเขา จึงแข็งเอา แข็งเอา จนกว่าจะ หมดการกระตุ้น ทางเพศ หรือ ไซคลิก จี เอ็ม พี ลดลง หลอดเลือดแดงจึงเริ่มหดตัว เลือดไหลเข้าน้อยลง แต่ไหลออกมากขึ้น นกเขา จึงอ่อนตัวลง ตรงนี้จะเห็นว่า มีหลายส่วนที่ควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ได้แก่ ระบบประสาท หลอดเลือดแดง ไนตริก ออกไซด์ และ ไซคลิก จี เอ็ม พี ดังนั้น ในผู้ป่วยเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดัน โลหิตสูง โรคหัวใจ สูบบุหรี่จัด โรคเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เกิดหลอดเลือดแดงเสื่อมทั้งสิ้น หลอดเลือดจะเสื่อม ตีบตัน ทั่วร่างกาย รวมทั้ง บริเวณอวัยวะเพศด้วย เมื่อหลอดเลือดเสื่อม จะไม่เกิดการหลั่งสารไนตริก ออกไซด์ และ ไซคลิก จี เอ็ม พี หรือ หลั่งออกมาน้อย มาก ไม่เพียงพอ ที่จะทำ ให้อวัยวะเพศแข็งพอที่จะทำให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างพอใจ ผู้ป่วยที่น่าสงสารอีกกลุ่มหนึ่ง คือ ผู้ป่วย ไขสันหลังได้รับการ กระทบกระเทือน รุนแรง ส่วนใหญ่จากอุบัติเหตุ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักเป็นชายหนุ่ม เพิ่งเริ่มใช้ชีวิตไม่นาน แต่กลับต้อง มาเป็นอัมพาต ใช้ขาไม่ได้ และ สูญเสียการแข็งตัวของ อวัยวะเพศ (เนื่องจากปัญหาที่ระบบประสาท) ทำให้ภาวะจิตใจเลวลงมาก ทั้งตนเองและครอบครัว
ไวอะกร้า มีชื่อสามัญว่า sildenafil เป็นยารับประทานชนิดเดียวที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย กลับสู่ปกติในผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 60-70) ยานี้ออกฤทธิ์โดยการเลียนแบบธรรมชาติ นั่นคือเมื่อเกิดการกระตุ้นทางเพศขึ้นแล้ว เกิดสารไซคลิก จี เอ็ม พี ขึ้น ปกติแล้วสารไซคลิก จี เอ็ม พี จะอยู่ไม่นาน โดยถูกทำลายโดยเอนไซมน์ชื่อ ฟอสโฟไดเอสเทอร์เรส ไวอะกร้า ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซมน์นี้ ผลตามมาคือ ไซคลิก จี เอ็ม พี มีปริมาณมากขึ้น (เพราะถูกทำลายลดลง) และมากพอที่จะทำให้ นกเขาขัน ตามปกติ
ไวอะกร้ามีความจำเพาะต่อเอนไซมน์ฟอสโฟไดเอสเทอร์เรสชนิดที่ 5 ซึ่งชนิดนี้มีอยู่มากบริเวณอวัยวะเพศชาย จะเห็นว่า ไวอะกร้า ไม่ใช่ยากระตุ้น sex ไม่ได้ประโยชน์ในผู้หญิง และที่สำคัญคือเมื่อรับประทานแล้ว ต้องมี การกระตุ้นทางเพศด้วย มิฉะนั้น ยาจะไม่ทำงาน
ผู้ป่วยที่จะได้รับประโยชน์จากยานี้คือ ผู้ป่วยชายที่มีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวตามปกติ เช่น จากโรคต่างๆจากไขสันหลังได้รับ การกระทบกระเทือน และ ผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดต่อมลูกหมาก (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก) ผู้ป่วย บางรายที่มีปัญหา นกเขาไม่ขัน จากสาเหตุอื่น อาจแก้ไขได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ ไวอะกร้า
ปัญหาตามมาจากการใช้ไวอะกร้า คือ การใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจขาดเลือดเกิดจากหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ ตัน ซึ่งก็เป็นโรค ของ หลอดเลือดเช่นกัน จึงไม่แปลกที่ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดจะมีปัญหา นกเขาไม่ขัน สูงขึ้น ผู้ที่นกเขาไม่ขัน ก็ควรจะตรวจสุขภาพด้วย เพราะอาจมี โรคแทรกอยู่โดยไม่มีอาการ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดจะมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ยาไวอะกร้าในสองลักษณะ คือ ประการแรกผู้ป่วยเหล่านี้ล้วนห่างเหินการมี เพศสัมพันธ์มานาน เนื่องจากนกเขาไม่ทำงาน แต่เมื่อ นกเขาขัน แล้ว ขณะมีเพศสัมพันธ์หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นจนอาจกระตุ้น ให้หัวใจขาดเลือดที่เป็นอยู่เดิมรุนแรงขึ้น เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้มีข้อมูลยืนยันแน่นอนแต่ก็ต้องระวังไว้ ดังนั้น ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์โรคหัวใจก่อน ใช้ไวอะกร้า แต่ประเด็นที่สำคัญมาก คือ ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดมัก จะได้รับการรักษาด้วยยากลุ่ม ไนเตรท ซึ่งก็คือ ไนตริก ออกไซด์ นั่นเอง ไนเตรท อาจอยู่ในรูปแบบต่างๆ เช่น รับประทาน อมใต้ลิ้น แปะผิวหนัง หรือ สเปรย์ และมีชื่อการค้าต่างๆกันมากมายจนจำไม่หมด หากได้รับยากลุ่ม ไนเตรท ร่วมกับ ไวอะกร้า จะเกิดการเสริมฤทธิ์กันอย่างรุนแรง แต่ไม่ใช่ทำให้ นกเขาสู้ไม่ถอย นะครับ ผลเสียร้ายแรงคือ ทำให้ ความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรง มีผลให้กล้ามเนื้อหัวใจและอวัยวะต่างๆขาดเลือดไปเลี้ยง จนเสียชีวิต และ นี่เป็น สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ผู้ใช้ยานี้เสียชีวิต ทั้งๆที่ได้รับคำเตือนเรื่อง นี้ก่อนแล้ว แต่ก็อาจเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ทราบว่ายาที่รับประทานอยู่คือไนเตรท หรือ ผู้ป่วยส่วนหนึ่งอาจจะลืม เพราะเมื่อมีเพศสัมพันธ์หลัง รับประทานไวอะกร้าแล้ว เกิดเจ็บหน้าอก เลยคว้า ไนโตร หรือ ไอซอดิล มาอมใต้ลิ้น โดยไม่ทันคิดว่ายาดังกล่าวห้ามใช้ด้วยกัน ทำให้เกิดปัญหาขึ้น การศึกษาในผู้ป่วยจำนวนมากพบว่ายานี้ปลอดภัย หากใช้อย่างถูกต้อง ผลข้างเคียงที่พบได้แก่อาการปวดศีรษะ ร้อนวูบวาบ ท้องอืด มองเห็นสีผิดปกติ อาการเหล่านี้เป็นชั่วขณะ เป็นผลมาจากการขยายหลอดเลือดในอวัยวะอื่นๆ
ยาต่างๆล้วนมีประโยชน์และโทษปนกันไป แทบไม่มียาใดเลยที่ปลอดภัย 100% ดังนั้นก่อนการใช้ยาทุกชนิด เราควรจะต้อง ทราบเหตุผลการใช้ยา และ ผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเสมอ ไวอะกร้าก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง เป็นยาที่มีประโยชน์ (ดูจากข่าวสาร และ ยอดการจำหน่าย แสดงว่ามีผู้ที่มีปัญหานี้มากจริงๆ) แต่หากใช้ยาไม่ถูกต้องก็นำไปสู่ความตายได้เช่นกัน
แนะนำอ่านบทความเพิ่มเติม "ชายไทย...เซ็กส์เสื่อม" และ ข้อแนะนำในการใช้ Viagra ในผู้ป่วยโรคหัวใจ
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
เรียบเรียงโดย
นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา
อายุรแพทย์โรคหัวใจ
อยากรู้เรื่องอะไร ขอให้บอก WebMaster
แนะนำเว็บ
รู้จักหัวใจ
อาการ
การตรวจ การรักษา
ยาหัวใจ
บทความ
Links
ศูนย์หัวใจ
Thai.to Banner Exchange