ยาลดความอ้วนตัวใหม่   obesity.jpg (15315 bytes)

Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)

ผ่านกันไปไม่นานกับการประกวดนางงามช้าง หรือสาวอ้วนที่ดูสวย น่ารัก เห็นแต่ละคนมีความสุขกันดี ดูจะไม่เป็น ปมด้อยเลย แต่กระนั้นก็ตามยังมีอีกหลาย ต่อหลายคนทั้งสาวและไม่สาว รวมทั้งคุณผู้ชายด้วยที่อยากลดน้ำหนักตัว ทั้งนี้เป็นเพราะทราบดีว่า ความอ้วนเป็นปัญหาต่อสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น ความอ้วน หรือ โรคอ้วน สัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ข้อเสื่อม เป็นต้น หลายๆท่านจึงอยาก ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน หรือ ถ้าอ้วนแล้วก็อยาก ให้ลดลง

หลักการสำคัญของการลดน้ำหนัก คือ ให้ใช้พลังงานมากกว่าที่ได้รับ อาหารที่เรารับประทานเข้าไปจะเปลี่ยน เป็นพลังงาน พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ ถ้ารับประทานมาก (อาหารที่ให้พลังงานมาก) แต่ใช้น้อย ก็จะเหลือมาก ส่วนที่ เหลือก็จะเก็บไว้ใน ร่างกายในรูปของไขมันนั่นเอง ดังนั้นการลดน้ำหนักที่ถูกต้องก็คือการควบคุมอาหาร ไม่ให้ ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็น ร่วมกับการออกกำลังกายตามสมควร ไขมันที่สะสมอยู่ก็จะค่อยๆสลายตัวลง

จำไว้ว่าปัจจุบันยังไม่มียาอะไรที่รับประทานแล้วไปละลายไขมันที่สะสมอยู่ได้ แม้แต่ส้มแขกก็ตาม (ส้มแขกจึงถูกจัด เป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยา เพราะขาดข้อมูลทางวิชาการที่ดีพอ) ปัญหาของคนอ้วนคือการรับประทานตามใจ หรือ ไม่เข้าใจ บางคนคิดว่าไม่ รับประทานข้าว รับประทานแต่กับข้าวอย่างเดียว หารู้ไม่ว่า ในปริมาณที่เท่าๆกันแล้ว กับข้าวให้ พลังงานสูงกว่าข้าวมากนัก อย่างนี้จะไปผอมได้อย่างไร

นอกจากการควบคุมอาหารอย่างดีแล้ว ในบางรายอาจต้องใช้ยาร่วมด้วย มียาหลายกลุ่มที่ใช้รักษาโรคอ้วนได้ผลดี แต่ปรากฏว่า มีผลแทรกซ้อนตามมา ยาบางชนิดถูกยกเลิกการจำหน่ายแล้ว เพราะพบว่าเป็นสาเหตุของลิ้นหัวใจรั่วได้ (แต่ก็ยังคงมีขายในตลาด ไม่เข้าใจเหมือนกัน) ยาเหล่านี้ส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท กระตุ้นระบบประสาท (คล้ายยาบ้า) แต่ไม่นานมานี้เอง อ.ย.ของ สหรัฐฯเพิ่งอนุญาตให้ใช้ยาลดน้ำหนักตัวใหม่ที่ชื่อสามัญว่า Orlistat หรือชื่อการค้าคือ Xenical หลังจากการทดลอง มานาน

Orlistat เป็นตัวยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซมน์ Lipase ที่มาจากกระเพาะอาหารและตับอ่อน เอนไซมน์ Lipase ทำหน้าที่ในการย่อยสลายไขมันที่เรารับประทานเข้าไป จนเป็นโมเลกุลเล็กๆที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เมื่อเอนไซมน์ นี้ทำงาน ได้ไม่ดี ไขมันถูกย่อยลดลง การดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกายก็ลดลงด้วย ไขมันเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงมาก 1 กรัมให้พลังงานถึง 9 กิโลแคลอรี่ทีเดียว ข้อดีคือยานี้ส่วนใหญ่ออกฤทธิ์เฉพาะที่ ตัวยาไม่ถูกดูดซึมเข้าร่างกาย ทำให้ ผลแทรกซ้อนน้อย ไม่มีผลต่อสมอง

จากการศึกษาในผู้ป่วยจำนวนมาก พบว่า Orlistat ลดการดูดซึมของไขมันลงประมาณร้อยละ 30 เน้นว่าไม่ใช่ 100 % การศึกษา ส่วนใหญ่ทำในผู้ใหญ่ที่อ้วน เปรียบเทียบผลของยา Orlistat กับยาหลอก เป็นระยะเวลา 1-2 ปี ผู้ป่วย เหล่านี้ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับ การควบคุมอาหารด้วย โดยอาหารที่รับประทานทั้งวันคำนวณแล้ว จะให้ พลังงานน้อยกว่าพลังงานที่ควรได้รับ ผลการศึกษาต่างๆ ออกมาคล้ายกัน คือ ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยา Orlistat มีน้ำหนักลดลงมากกว่ากลุ่มยาหลอก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในกลุ่มยา Orlistat โดยเฉลี่ยแล้วจะลดลงประมาณ 8.76 กก. หรือร้อยละ 10 ของน้ำหนักเดิม ในเวลา 1 ปี ส่วนกลุ่มยาหลอกน้ำหนักลดลง เช่นกัน เฉลี่ย 5.81 กก. หรือร้อยละ 6 (เห็นไหมว่า การควบคุมอาหารอย่างดีก็ช่วยให้น้ำหนักลดลงเช่นกัน) เห็นตัวเลขแล้วอย่าเพิ่ง ท้อใจว่าลดลงนิดเดียว หากคุมอาหารให้เข้มงวด ออกกำลังกายด้วย ก็จะช่วยลดน้ำหนักได้อีก

มีการศึกษาเช่นนี้ในผู้ป่วยเบาหวานที่อ้วนด้วย ผลก็ออกมาคล้ายกัน คือ ยา Orlistat ช่วยให้น้ำหนักลดลงมากกว่ายาหลอก และช่วย ลดระดับไขมันในเลือด (Cholesterol, Triglyceride, LDL-Cholesterol) แต่ลดลงได้ไม่มากนักและ ช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือดได้ดีขึ้น ซึ่งจำเป็น มากในผู้ป่วยเบาหวาน

ผลแทรกซ้อนที่พบบ่อยๆคืออาการท้องอืด ท้องผูกหรือถ่ายเหลว ถ่ายอุจจาระเป็นไขมัน (เนื่องจากถูกดูดซึมลดลง จึงออกมากับ อุจจาระมากขึ้น) ที่น่าเป็นห่วงคือการขาดไวตามิน A D E K และ เบต้าแคโรทีน สารเหล่านี้อาศัย ละลายในไขมันก่อนถูกดูดซึม เข้าสู่ร่างกาย อย่างไรก็ตามปัญหาการขาดไวตามินนี้พบน้อย และแก้ได้โดยการ เสริมไวตามิน ปัญหาอีกประการหนึ่งคือระยะเวลา ที่ใช้ในการศึกษาต่างๆมักจะไม่เกิน 2 ปี ดังนั้นเรายังไม่ทราบ ผลเสียของการรับประทานยานี้นานกว่า 2 ปี

โดยสรุป ยา Orlistat เป็นยาที่ช่วยลดการดูดซึมของไขมัน ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารแล้ว จะช่วยลด น้ำหนักในผู้ป่วย โรคอ้วนได้ และยังช่วยลดไขมันในเลือดอีกด้วย

หมายเหตุ ยานี้จดทะเบียนในประเทศไทย และมีจำหน่ายแล้ว

xenical.gif (38364 bytes) ต้องการดูรายละเอียด โปรดคลิกที่ภาพ

สำหรับแพทย์ สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

Lancet 1998;352:167-73    J Hypertens 1998;16:2013-7   JAMA 1999;281:235-42

www.bewell.com/healthy/rx/1999/xenical/index.shtml

โรคอ้วน อ่านเพิ่มเติมที่ http://welcome.to/obesity ผมเข้าไปชมแล้วเนื้อหาดีทีเดียวครับ

home_sm_blk.gif (1765 bytes)
ถามคำถามโรคหัวใจ  questionmark.gif (3358 bytes)

Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)Wdh01srr.gif (1318 bytes)

เรียบเรียงโดย นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์โรคหัวใจ อยากรู้เรื่องอะไร ขอให้บอก WebMaster
แนะนำเว็บ    รู้จักหัวใจ   อาการ   การตรวจ   การรักษา    ยาหัวใจ    บทความ    Links    ศูนย์หัวใจ


Thai.to Banner Exchange